แพทย์จีนกับการวินิจฉัยบำบัดรักษาโรคตับ

แพทย์จีน มนต์ชัย บูรณะศิลปะกิจ เขียน
แพทย์จีน มาลิน ปิยะชินวรรณ แปล


อวัยวะตับตั้งอยู่ใต้ชายโครงขวา กลีบตับขวาเป็นรูปนอนขนาน มีหน้าที่แปรรูปสารอาหาร
ที่ลำไส้เล็กดูดซึมไว้ โดยการแปรเปลี่ยนสารอาหาร 3 หมู่ใหญ่ ได้แก่ แป้ง น้ำตาล ไขมันให้กลายเป็นสารบำรุงที่จำเป็นสำหรับเซลล์ของอวัยวะทุกส่วนในร่างกาย สร้างเอ็นไซม์ต้นแบบ ทั้งยังช่วยกลั่นกรองสารพิษต่างๆ ที่ไม่เหมาะสำหรับร่างกาย พร้อมทั้งขับสารพิษออกไป ดังนั้นจึงมีคนเรียกอวัยวะตับว่าตับเก็บเลือด เป็นอวัยวะ
ที่สำคัญอันหนึ่งในอวัยวะตันทั้งห้า ทั้งยังเห็นว่าตับมีความสัมพันธ์อันใกล้ชิดกับอารมณ์ ตับควบคุมการแผ่กระจาย ไม่อาจติดกั้น ความโกรธทำร้ายตับ ถ้าหยางตับมากเกินทำ
ให้ไฟหัวใจกำเริบ ความดันโลหิตจะสูง ดังนั้นถ้าตับเป็นโรค จะคุกคามร่างกายและชีวิตคน

แพทย์แผนปัจจุบันได้ค้นคว้าวิจัยสมุฏฐานโรคตับ โดยแบ่งประเภทไวรัสของตับอักเสบเป็น เอ บี ซี ดี และอี ในจำนวนนี้ประเภทเอและซี เกิดโรครุนแรงเฉียบพลัน ดีซ่านชัดเจน คือใบหน้าเหลือง ผิวหนังเหลือง ปัสสาวะเหลือง สาเหตุเพราะน้ำดีซึมผ่านเข้าสู่กระแสเลือด ย้อมไปทั่วกายจนเป็นสีเหลือง สมรรถภาพทางเดินอาหารผิดปกติ เบื่ออาหารเหม็นกลิ่น
น้ำมันและกลิ่นคาว ท้องผูกหรือถ่ายท้องปัสสาวะสั้นและน้อย อ่อนเพลียระเหี่ยแรง นอกจาก
นี้ยังอาจมีอาการแทรกซ้อนในรายที่เป็นหนักจะหมดสติ ตับอักเสบประเภท บี เกิดโรคช้า
อาการที่แสดงออกค่อยเป็นค่อยไป มีคนจำนวนหนึ่งที่เป็นพาหะนำเชื้อไวรัสบีไม่มีอาการ
แสดงออกที่ชัดเจน ดูคล้ายคนปกติ เมื่อผ่านการตรวจเลือดเท่านั้นจึงจะพบเชื้อไวรัสบี จากการรวบรวมข้อมูลในระยะใกล้ๆ นี้ของประเทศจีน มีคนประมาณหนึ่งร้อยสามสิบล้าน
คนมีเชื้อไวรัสบีแฝงในตับ คนที่เป็นโรคตับอักเสบชนิดบีนั้น ผู้ที่ภูมิคุ้มกันแข็งแรง เซลล์ที่มี
ความสามารถในการต้านโรค ผ่านการขับเคี่ยวกับเชื้อโรคสักพักก็สามารถฟื้นตัวได้ ผู้ที่ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ สู้รบประมือไม่ชนะ เวลาผ่านไปโรคจะค่อยๆ หนักขึ้น ถ้าร้ายแรง
ก็จะกลายเป็นตับแข็งหรือมะเร็งตับ

          การแพทย์แผนปัจจุบันรักษาโรคติดต่อตับอักเสบมักจะใช้ยาต้านปฏิชีวนะต้านไวรัส
และยาแก้อักเสบแล้วเสริมด้วยยาบำรุงตับ ผลการรักษาไม่ดีดังที่ต้องการ ในระหว่าง
ที่ทำการรักษา บางครั้งการให้น้ำทางหลอดเลือดมากไป ยิ่งเพิ่มภาระให้แก่ตับไตผู้ป่วย อาการโรคกลับทรุดหนักกว่าเดิม แพทย์จีนสมัยโบราณถูกจำกัดด้วยปมเงื่อนของยุคสมัย ไม่มีเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ในการตรวจ ดังนั้นจึงไม่เข้าใจถึงรูปพรรณสัณฐานของ
ไวรัสและแบคทีเรีย แต่อาศัยอาการของโรคและการแสดงออกอาทิ ความร้อนชื้น การสะสมพิษ ดีซ่าน การติดกั้นของตับ การทำงานของกระเพาะและตับไม่สมดุลกัน เป็นต้น
ใช้วิธีการเปี้ยนเจิ้นรุ่นจื้อ ค้นคิดจนเป็นตำรับยา สั่งสมประสบการณ์อันอุดมสมบูรณ์
ในการรักษาและได้รับผล